2553 ปีสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ

 

                        คณะรัฐมนตรี ในคราวประชุมวันที่ 22 ธันวาคม 2552 เห็นชอบมติคณะกรรมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติและความเห็นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)ตามที่ ทส.เสนอดังนี้ 

                        1. เห็นชอบให้ปี 2553 เป็นปีสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย

                        2. เห็นชอบต่อแผนปฏิบัติการปีสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ  และให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง           จัดสรรงบประมาณให้แก่หน่วยงานในสังกัด  สามารถดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการฯ ดังกล่าว 

                        สาระสำคัญของเรื่อง

                        ทส. รายงานว่า

                        1. การประชุมสุดยอดโลกว่าด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน  ณ นครโยฮันเนสเบอร์ก สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ เมื่อปี คศ. 2002 ได้ให้การรับรองเป้าหมายความหลากหลายทางชีวภาพปี ค.ศ. 2010 ในการลดอัตราการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพลงอย่างมีนัยสำคัญภายในปี ค.ศ. 2010 (พ.ศ. 2553) และองค์การสหประชาชาติได้มีมติประกาศให้ ปี ค.ศ. 2010 เป็นปีสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ  ซึ่งสำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทาง         ชีวภาพ  ได้ขอความร่วมมือภาคีอนุสัญญาฯ รัฐบาลและองค์กรที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดกิจกรรมในปีสากลแห่งความ                หลากหลายทางชีวภาพเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ค.ศ. 2010 ซึ่งประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ  ในลำดับที่ 188 เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2547

                        2. ความหลากหลายทางชีวภาพ  เป็นองค์ประกอบที่สำคัญต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์  ความมั่นคงทางอาหาร การแก้ไขปัญหาความยากจนและการพัฒนา  แต่การพัฒนาโดยไม่คำนึงถึงขีดจำกัดและศักยภาพในการฟื้นตัวของทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพ  เป็นเหตุให้มีการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพอย่างต่อเนื่อง  และเป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกประเทศต้องเร่งหยุดยั้ง  ประเทศไทยเป็นแหล่งรวมของกลุ่มพรรณพฤกษชาติภูมิภาคอินเดีย-พม่า             ภูมิภาคอินโดจีนและภูมิภาคมาเลเซีย  จึงมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก  ประมาณว่ามีพืชอย่างน้อย 12,000 ชนิด  สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 302 ชนิด นกอย่างน้อย 982 ชนิด ปลาน้ำจืดและปลาทะเลอย่างน้อย 720 และ 2,100 ชนิด ตามลำดับ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 10 ของชนิดพันธุ์ปลาของโลก  แต่ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งมีสาเหตุสำคัญคือ การใช้ประโยชน์ทรัพยากรชีวภาพเกินศักยภาพของระบบนิเวศ  เพราะประชาชนมีความตระหนักในเรื่องคุณค่าและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพน้อย ขาดการประชาสัมพันธ์ การให้การศึกษาและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและเพียงพอ 

                        3. ในปี 2553 สำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ  ได้กำหนดให้มีการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพสมัยที่ 10 ณ เมืองนาโงยา ประเทศญี่ปุ่น  ซึ่งเป็นการประชุมที่มีความสำคัญมาก  เพราะจะเป็นการประเมินผลสำเร็จในการดำเนินงานของอนุสัญญาฯ และผลการดำเนินงานตาม               เป้าหมายการประชุมสุดยอดโลกว่าด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน ณ นครโยฮันเนสเบอร์ก สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ซึ่งได้จัดขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ. 2002 โดยที่ประชุมได้กำหนดให้มีการลดอัตราการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพลงอย่างมีนัยสำคัญ ภายในปี ค.ศ. 2010

                        4. คณะกรรมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ (กอช.) โดยรัฐมนตรี          ว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธาน  และคณะกรรมการฯ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง  รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิได้มีมติในคราวการประชุมครั้งที่ 3/2550 เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2550 และในคราวการประชุมครั้งที่ 1/2552 เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2552 ดังนี้

                                    4.1 เห็นควรประกาศให้ปี 2553 เป็นปีสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย  เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสที่องค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้ปี ค.ศ. 2010 หรือ พ.ศ. 2553 เป็นปีสากลแห่งความหลากหลายทาง          ชีวภาพ  เพื่อกระตุ้นให้ประชากรทุกกลุ่ม  ทุกสาขาอาชีพตระหนักในคุณค่าความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ  และให้ความร่วมมือในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน  ประเทศไทยจึงควรใช้โอกาสนี้จัดกิจกรรมเพื่อแสดงผลการดำเนินงานการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ  ซึ่งเป็นการเผยแพร่ภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ 

                                    4.2 เห็นชอบในแผนปฏิบัติการปีสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ  ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่ ครอบคลุมการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์  การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน  โดยแผนปฏิบัติการดังกล่าวประกอบด้วย แนวทางการปฏิบัติ ตัวชี้วัดและหน่วยงานรับผิดชอบ  เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการฯ ดังกล่าวได้

                        5. ในโอกาสที่องค์การสหประชาชาติประกาศให้ปี 2553 เป็นปีสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ  เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดสามารถดำเนินกิจกรรม/โครงการตามแผนปฏิบัติการปีสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างพร้อมเพรียง  จึงเห็นควรให้กระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจัดสรรงบกลางของกระทรวงให้แก่หน่วยงานในสังกัดให้สามารถดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการฯ ดังกล่าว

 

ที่มา : สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี  วันที่ 23 ธันวาคม 2552